วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552

ก็แค่วันเสาร์


เราต่างคิดว่านี่คือแรงปารถนา
นี่คือแม่เหล็กก้อนมหึมาที่ต้องแรงดึงดูดของโลกยามใกล้กัน
รัก...คืออะไร
ใคร่..เท่านั้นที่ฉันรู้จัก
ฉันตื่นขึ้นมากับความรู้สึกเบาโหวง
ความหนักแน่นของความเป็นผู้หญิงหล่นหายไปพร้อมกับรสชาติการร่วมรักอันดูดดื่ม
ฉันพยายามจัดมันให้ถูกที่ถูกเวลา แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจว่ามันรุกรานหัวใจฉันทุกครั้งที่นึกถึง
รัก...คืออะไร
คำถามกวนใจที่จิตใต้สำนึกของฉันพยายามแดกดันให้ฉันนึกถึงคำๆนี้
ฉันลุกขึ้นจากอ้อมกอดของใครบางคน สูตรสำเร็จของความใคร่อยู่ตรงนี้
เมื่อคุณลุกออกจากมันจงอย่าหันกลับไปมองหรืออาลัยกับสิ่งที่เกิด
จงเดินออกไปอย่างสง่าผ่าเผยประหนึ่งว่าเกมส์นี้มีแต่ผู้ชนะ
ฉันมั่นใจว่าเกมส์ของความรักทุกคนต้องมีวันแพ้ ผิดกับเกมส์ของความใคร่คุณคือผู้ชนะเสมอ
และถ้าคุณยังไม่สามารถเปิดใจรับคำว่าแพ้ได้ จงอย่าวิ่งไล่ตามหาคำตอบว่ารัก...คืออะไร

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Test my life

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2550

be with me


หนังหลายเรื่องมีอิทธิพลต่อชีวิต หนังที่ทรงพลังต่อการเจริญเติบโตท่ามกลางกระแสโลกทุนนิยมสำหรับฉันก็มีมากมายเช่นกัน all about lilly chou chou ฉันยอมรับว่าฉันรู้จักเธอช้าไป ฉันได้สดับรับฟังงานเพลงของ lilly chou chou ประมาณ1ปีเศษ แต่หนังเรื่องนี้ฉันกลับดูมันซ้ำไปซ้ำมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพียงเพราะฉันอยากเข้าไปในอีเธอร์ ของเธอ สิ่งที่เธออ้างว่า เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ เป็นสิ่งที่ห่อหุ้มความเป็นเธอไว้ แต่บทสุดท้ายของหนังกลับบ่งบอกว่าในความมั่นคงของอีเธอร์นั้นกลับมีแต่ความว่างเปล่า ฉันว่ามันสะท้อนสิ่งที่ฉันเคยเป็นอยู่ ครั้งหนึ่งฉันสร้างบางสิ่งบางอย่างห่อหุ้มตัวเองไว้ ฉันมักจะอ้างว่านี่เป็นฉันเป็นโลกส่วนตัวของฉัน โลกที่มีฉันนั่งอยู่เพียงคนเดียว โดยไม่มีใครเข้าใจ ซึ่งก็รวมถึงตัวฉันเองด้วย ฉันเฝ้าตั้งคำถามมากมายผ่านสิ่งแวดล้อมที่พบเจอและทุกครั้งก็ยอมจำนนกับคำตอบ ฉันกล่าวอ้างถึงปรากฎการณ์นี้บ่อยครั้ง บางทีฉันจัดวางมันอย่างถูกที่ถูกเวลา แต่บ่อยครั้งที่ฉันเฝ้ามองดูพฤติกรรมของตัวเองเงียบๆและฉันก็จำนนต่อความรู้สึกอ่อนไหวที่เลี่ยงอย่างเสียไม่ได้ ฉันอ่อนไหวเกินกว่าที่จะนั่งอยู่ในโลกนั้น มันไม่ใช่เลยไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ หากครั้งหนึ่งฉันกล่าวอ้างว่านี่คือ ชีวิตฉัน เชื่อฉันเถอะ " ฉันโกหก " เหมือนตอนจบในหนังเรื่อง แด่เธอ lilly chou chou

talk to her





เธอ....... การเดินทางสิ้นสุดลงแล้ว ฉันเดินมาถึงทางตัน ทางที่ใครหลายคนตัดสินใจ ไปจากสิ่งที่เรียกว่าความสัมพันธ์ ครั้งหนึ่งในหนังเรื่อง the hours บอกไว้ว่า เราต่างจัดปาร์ตี้เพื่อบดบังความเหงา เธอ....เธอเหงาหรือไร หากว่าความเหงามันแค่ถูกบดบังแต่มันยังอยู่ ประโยชน์อะไร หากเธอชดเชยมันด้วยความรู้สึกที่ต่างไป
เธอ...คนเราไม่อาจเดินพร้อมกัน เราอาจเดินตามกัน หรือ อยู่คนละเส้นทาง แต่เธอ....เราต่างต้องมีเส้นทางของตัวเอง เส้นทางที่ถูกเลือกโดยความรู้สึกข้างใน เธอ...พ่อฉันสอนว่ามนุษย์เกิดมาเพื่อเดียวดาย ฉันว่ามันจริง........แล้วเธอละ.............
ครั้งหนึ่งฉันคิดว่าฉันเป็นคนพิเศษ ด้วยความคิดที่แปลกแยก แต่ไม่เลย ฉันคือคนทั่วไป ฉันมีชีวิตเพียงเพื่อตัวฉันเองและความเดียวดาย แต่เธอ.....ทุกคนต้องมีหนทางที่จัดการกับความเดียวดาย ที่สำคัญการอยู่คนเดียวไม่ได้หมายถึงความเหงาเงียบ แต่การมีใครซักคนก็ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นจากความเหงาเงียบเช่นกัน ตราบใดที่ยังไม่ค้นพบตัวเอง..........



วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2550

loop


บางสิ่งบางอย่างผ่านมาแล้วผ่านไปจริงเหรอ แล้วถ้ามันไม่ผ่านไปละ ถ้ามันยังวนเวียนอยู่ตั้งแต่หลับจนตื่นแล้วจะทำยังไง การนั่งตั้งคำถามต่างๆมากมายก็ทำให้ใครหลายคนให้คำตอบว่า Go away! แต่การไปให้พ้นนำมาซึ่งความสงบหรือไม่ก็เปล่าเลยมีคนเคยบอกว่าน้องจ๋าความสงบอยู่ที่ใจต่างหากแล้วถ้าความสงบของใครบางคนอยู่ในแก้วเหล้าใบหนึ่งละ คุณจะว่าอย่างไร

ถ้าคุณได้ผ่านหูผ่านตาภาพยนต์เรื่อง FriDa มาแล้วคุณคงจะอ๋อกับคำตอบนี้ ด้วยเหตุที่ว่าทั้งเรื่องจะเห็นนางเอก(Salma Hayek ) ถือขวดตากีล่าอยู่ร่ำไป ในวันที่รู้ว่าสามีไปร่วมหลับนอนกับหญิงอื่นสิ่งแรกที่เธอบอกคือ "เอาตากีล่ามา"หนังสัญชาติเม็กซิโกเรื่องนี้บ่งบอกความเป็นเฟมินิสต์ของเธอได้อย่างชัดเจน ถ้าผู้หญิงคนนี้สามารถจัดการกับชีวิตด้วยทางออกที่หลายๆคนเรียกว่าทางออกโง่ๆ ฉันเถียงขาดใจเลยละเพราะสำหรับฉันเหล้าช่วยได้!